เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๙ ตรงกับขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน๕ ปีชวด ณ บ้านเลขที่ ๒๑ หมู่ ๑๖ ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีนายกระจ่าง นางละม่อม พูดหวาน เป็นผู้ให้กำเนิด เด็กชายลำเจียก พูดหวาน ขึ้นมาเป็นบุตรคนหัวปี และยังมีน้องร่วมสายโลหิตอีก ๑ คน ครั้นต่อมาด้วยมรสุมชีวิตทำให้เด็กชายลำเจียก พูดหวาน ต้องประสบกับชะตากรรมกลายเป็นเด็กที่ต้องกำพร้าบิดามารดาตั้งแต่อายุได้เพียง ๓ ขวบเท่านั้น ชีวิตก็ยังไม่สิ้นเสียทีเดียว พระครูสถิตธรรมคุณ(อาจารย์เผย) เจ้าอาวาสวัดบางหญ้าแพรก ได้ให้ความเมตตาอุปการะไว้เมื่ออายุได้ ๖ ขวบ ให้การศึกษาที่โรงเรียนวัดบางหญ้าแพรกจนจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ ๔ และเมื่ออายุได้ ๑๕ ปี ท่านก็บรรพชาให้เป็นสามเณร ได้ร่ำเรียนรู้ปริยัติธรรม จนสอบนักธรรมตรีได้ และสนใจศึกษาหนังสือขอมโบราณจนอ่านออกเขียนได้ในชั้นต้นเป็นอย่างดี อยู่ต่อมาทางเดินของชีวิตก็เปลี่ยนไปจนจำต้องลาสิกขาออกมาเพื่อประกอบสัมมาอาชีพ ทำสวนเลี้ยงชีพอยู่ ๒ ปี แล้วก็ได้โยกย้ายไปอยู่จังหวัดฉะเชิงเทราอีกเป็นเวลานาน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ นั้นเอง วาระการรับใช้ชาติก็มาถึง พลฯ ลำเจียก พูดหวาน จึงได้เข้าประจำการกองทัพเรือจนสิ้นสุดหน้าที่ก็ปลดประจำการออกมาดำเนินชีวิตผจญกับความวุ่นวายมากมาย จนอายุได้ ๒๔ ปี ก็เบื่อชีวิตในทางโลก จึงตัดสินใจ เข้าพึ่งทางรสพระธรรมหวังยึดเอาคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเครื่องดับทุกข์ตลอดไป
เมื่อวันที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๓ ณ . พัทธสีมาวัดบางหญ้าแพรกอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ นายลำเจียก พูดหวาน ก็ได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ลำเจียก ธมฺมธีโร โดยมีนายหลง – นางทับ พ่วงเชย (โยมอา) เป็นเจ้าภาพจัดงานอุปสมบท มีพระบวรวิมุต วัดไพรชยนต์พลเสมเป็นพระอุปัชฌา พระครูสถิตธรรมคุณ (อาจารย์เผย) วัดบางหญ้าแพรก เป็นพระกรรมวาจา พระครูสุวรรณสมุทร (พระอาจารย์ทองหล่อ) วัดครุใน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ในขณะที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดบางหญ้าแพรกนั้น ท่านได้ศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างแน่วแน่ ปฏิบัติกิจวัตรของสงฆ์อย่างเคร่งครัดและยังมีความสามารถแสดงพระปาฏิโมกข์ได้อย่างแม่นยำภายในหนึ่งพรรษา พรรษาที่สองได้ย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดบางด้วน (นอก) ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ท่านก็ยังได้ศึกษาหาความรู้จากครูบาอาจารย์ และปฏิบัติธรรมวินัยเรื่อยมาจนสิ้นพรรษา พอย่างเข้าพรรษาที่สาม ก็ได้ติดตามท่านพระอาจารย์หล่ำ สิริธมฺโม ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดไกสีห์น้อย ตำบลหัวหมาก อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ถึง ๓ พรรษา ในช่วงเวลานั้นเอง ท่านก็ได้เริ่มศึกษาเล่าเรียนอย่างจริงจัง ด้วยความมานะบากบั่น ดังที่ได้ตั้งปฎิทานไว้ในใจ ท่านได้ศึกษา หนังสือขอมโบราณ วิชาอาคมต่างๆ ตำรายาแผนโบราณ วิปัสสนากรรมฐาน และวิชาโหราศาสตร์(บางแขนง) ท่านมีความสามารถในการเรียนรู้อย่างรวดเร็วและเข้มขลัง ท่านได้ออกธุดงควัตรปฏิบัติวิเวก ติดตามพระอาจารย์ของท่านตลอดเวลามิได้ขาด จนกระทั่งต่อมา ในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดใน (เดิม) สองวิหาร ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ และพระอารามแห่งนี้ได้ส่งเสริมให้ พระอาจารย์ลำเจียก ธมฺมธีโร ได้เป็นพระนักพัฒนา และทำให้ที่พักสงฆ์คลองบางปิ้งในอดีตนั้นเจริญรุ่งเรื่องเป็นที่เชิดหน้าชูตาของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จนได้ยกฐานะเป็น “วัด” โดยสมบูรณ์
ในด้านการศึกษา ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม เริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนการศึกษาของชาติ โดยให้ทางราชการสร้างโรงเรียนคลองบางปิ้งในวัดอีกด้วย
พระครูพิพิธพัฒนพิธาน หรือ พระอาจารย์นา ซึ่งเป็นดังหลักชัยของวัดบางปิ้ง และบรรดาลูกศิษย์ลูกหานั้น ท่านได้เริ่งอาพาท(ป่วย) ด้วยโรคอัมพาตและได้เข้ารับการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลจนอาการดีขึ้นเกือบเป็นปกติ และได้บริหารงานพระศาสนาเรื่อยมาเป็นอย่างดียิ่ง จนกระทั่งท่านได้มีอาการกำเริบขึ้นอีก และได้ถึงแก่มรณะภาพด้วยโรคระบบประสาทล้มเหลว ณ โรงพยาบาลวชิระปราการ (โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล สมุทรปราการ ในปัจจุบัน) ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๗ เวลาประมาณ ๐๖.๐๐ น. สิริรวมอายุได้ ๕๘ ปี พรรษา๓๔
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์ลำเจียก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์ลำเจียก แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2554
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)